การ์ตูนญี่ปุ่น
การ์ตูนญี่ปุ่น เป็นคำเรียกหนังสือการ์ตูนและภาพยนตร์การ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น การ์ตูนญี่ปุ่นเริ่มเข้ามามีบทบาทภายในประเทศไทยครั้งแรก ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2525 นับเป็นสื่อที่อยู่คู่กับสังคมไทยสมัยปัจจุบันมานาน และมีอิทธิพลต่อคนไทยอย่างสูงกลุ่มหนึ่ง
การ์ตูนญี่ปุ่นเป็นสื่อที่มีความหลากหลาย มีหลากหลายแนวเช่นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวเซเน็น การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโจะเซ การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชเน็นและการ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะ โดยมีกลุ่มเป้าหมายมากมาย ตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่วัยกลางคน ในปัจจุบันการ์ตูนญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินท้องถิ่นสร้างสรรค์การ์ตูนที่มีรูปแบบคล้ายกันออกมามากมาย ปัจจุบัน มีบทความเกี่ยวกับการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหมด 585 บทความ ในวิกิพีเดียไทย
เรียนรู้ศัพท์การ์ตูนญี่ปุ่น ที่มา ที่ไป (Manga Glossary) เดี๋ยวนี้ คงไม่เถียงว่า ใครๆก็อ่านการ์ตูนบางส่วนกันบนเว็บ หรือไม่ก็ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆบนเว็บกันก่อนจะไปซื้อหนังสือการ์ตูนมาสะสมไว้ ซึ่งเวลาค้นหาการ์ตูนเหล่านั้นมาอ่าน เราก็มักจะพบกับศัพท์แปลกๆบนเว็บ โดยเฉพาะถ้าเป็นทับศัพท์จากญี่ปุ่นจะมีคำเฉพาะที่เรียกแตกต่างกันออกไป ตกลงเราจะได้เจอสิ่งที่ต้องการหรือเปล่าเนี่ย….
Anime (อะนิเมะ) เป็นคำทับศัพท์ที่คนญี่ปุ่นพูดคำว่า animation (อนิเมชั่น) ได้ไม่ค่อยชัด ก็เลยกลายเป็นคำนี้ หมายถึงหนังการ์ตูนอนิเมชันภาพเคลื่อนไหวที่ฉายบนทีวี วีดีโอ หรือโรงหนัง ต่อมาคนฝรั่งก็ดันไปทับศัพท์ญี่ปุ่นอีกที (ให้มันได้งี้สิ) กลายเป็นคำฝรั่งคำใหม่ ที่แปลงพันธุกรรมข้ามโลกจากการที่พูดไม่ชัดนั่นเอง
Doujin (ดูจิน) Dojin (โดจิน) หรือ Doujinshi (ดูจินชิ) แปลตรงตัวว่า “สิ่งเดียวกันแต่ต่างคนทำ” ซึ่งก็หมายถึงว่า เป็นผลงานล้อเลียน (parody) หรือเลียนแบบนั่นเอง โดยเอาการ์ตูนที่โด่งดังอยู่แล้ว มาแปลงเนื้อเรื่องยำใหม่ซะตามความชอบ ความชื่นชม หรือความอยากเงิน (เอาไว้ขายเป็นการ์ตูนล้อเลียน) บางทีก็ล้อเลียนเป็นภาพตลก บางทีก็ล้อเลียนเป็นแนว hentai (การ์ตูนผู้ใหญ่ มีฉากอัศจรรย์ชาย-หญิง) หรือแม้กระทั่งจะทำให้ พิคโคโก่เกิดปิ๊งกับโงกุนกลายเป็น Y (การ์ตูนชายรักชายของญี่ปุ่น) ก็เป็นไปด๊ายยยยยนะฮ้า…

(ภาพตัวอย่างของ doujin เรื่อง Reborn)
Hentai (เฮนไท) โอ๊ะ โอ๋ หลายคนทำท่าจะข้ามคำนี้ไป เพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ฮั่นแน่ๆ แปลตรงตัวว่า “ลามก โรคจิต” (แว้ก… แรงนะเนี่ย เฮนไท ดูเพลินๆ ออกจะธรรมดา “สามานย์ชน”) การ์ตูนโป๊นั่นแหละ เป็นการ์ตูนที่เขียนไปในเชิงทางเพศ มีฉากร่วมเพศกันอย่างโจ่งแจ้ง บางครั้งก็เป็นการ์ตูนที่ล้อเลียนเรื่องดังๆ เช่น ดราก้อนบอล (บลูม่าโดนสำเร็จโทษรอบวง) ไฟนอลแฟนตาซี 7 (พ่อคลาวด์ของเราสอยไม่ยั้งเลย) หรือจะเป็นการ์ตูนที่สร้างเองเป็นเรื่องใหม่ ซึ่ง การ์ตูนเฮนไทระดับตำนานได้แก่ La Blue Girl (ลาบลูเกิร์ล) ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างนินจาและปิศาจ ซึ่งนางเอกของเรื่องมักจะแพ้โดนทรมานด้วยการจำจี้ ถ้าไม่จากคน ก็เครื่องจักรหุ่นยนต์ หรือไม่ก็ปิศาจและเหล่าหนวดปลาหมึกหื่นกาม (tentacle) จะชนะก็ต่อเมื่อปิศาจหมดแรง… (บรรยายมาเยอะขนาดนี้ ต้องขอออกตัวว่าอ่านเรื่องย่อมานะครับ -_-“) บางตอนของลาบลูเกิร์ลเรียกได้ว่าชวนอ้วกแตกกันเลยทีเดียวสำหรับมือใหม่ที่หัดดูการ์ตูนโป๊

Bishonen (ไบโชเนน) มักใช้เรียกการ์ตูนชายหรือหญิงแนวรักร่วมเพศ ถ้าเป็นชายเรียก Shonen (โชเนน) เป็นหญิงเรียกShoujo (ชูโจ) โดยส่วนใหญ่จะหมายถึงการ์ตูนที่เขียนผู้ชายให้มีลักษณะน่ารักอ้อนแอ้นแบบเด็กผู้หญิง
Chibi (ชิบิ) การ์ตูนที่วาดให้ตัวละครมีลักษณะเป็นเด็ก หรือดวงตากลมโตแวววาว กินพื้นที่กว่า 50% ของใบหน้า การ์ตูนชิบิที่ขึ้นชื่อได้แก่ เซลเลอร์มูน
Yaoi (ยาโออิ หรือ ยาโอย ถ้าเรียกผิดคงสับสนกับร้านอาหารญี่ปุ่นแหงๆ บางครั้งเรียกสั้นๆว่า การ์ตูน Y) การ์ตูนชายรักชาย หลายๆเรื่องจะมีแค่ฉากบทจูบหรือกอดกัน ของพระเอกและพระเอก (ถูกแล้วครับ ก็การ์ตูนชาย-ชายนี่นะ) แต่บางเรื่องมันอาจจะเลยเถิดถึงขนาดฉากฟาดฟันอาวุธแท่งทวนกันก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม…สิ่งที่ประหลาดมากสำหรับการ์ตูนแนวนี้คือมีคนวาดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (อะจึ๋ยๆ ไม่กลัวผู้ชายแท้หมดโลกหรือครับ)

Yuri (ยูริ) ตรงกันข้ามกับ Yaoi เป็นเป็นแนวหญิง-หญิง ยังไม่ค่อยมาแรงมากเมื่อเทียบกับ Yaoi

Manga (แมงงา หรือ มังงะ) คือการ์ตูนลายเส้น เป็นรูปเล่ม สันนิษฐานว่าเป็นคำที่มีความหมายประมาณว่า “สมุดภาพ” และเดิมที่ใช้เรียกการ์ตูนลายเส้นขาวดำ ส่วนคนที่วาดการ์ตูนมังงะ เรียกว่า Mangaka (มังงะคะ) ซึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงก็มีหลายคนด้วยกัน
(โฉมหน้านักวาดการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น)
-Sama (ซาม่า) เรียกต่อหลังชื่อใครในการ์ตูน แสดงว่า คนผู้นั้นมีศักดิ์สูงกว่า หรืออาวุโสกว่า ในภาษาไทยคงประมาณว่า “ท่าน-“ เห็นได้จากเวลาลูกกระจ๊อกเรียกหัวหน้าตัวร้ายของเขาจะใช้คำนี้ด้วย
Shunga (ชุงงะ) เป็นต้นกำเนิดของ hentai ก็ว่าได้ เป็นภาพวาดแนวอีโรติก (Erotic กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ) ตั้งแต่สมัยเอโดะนู่นแน่ะ ลักษณะภาพวาดแสดงท่าทางการร่วมรักอย่างโจ๋งครึ่ม และมีจุดสังเกตตรงที่อาวุธประจำตัวของชายและหญิงจะใหญ่โตอลังการเกินจริง ประมาณว่าอาจจะเดินกันตัวเอียงได้ (ถ้าใหญ่ขนาดนั้นจริงๆ 55) โดยต้นกำเนิดน่าจะมาจากความเจริญทางด้านศิลปะและวัตถุนิยมที่มากเสียจนการแสดงออกเป็นรูปภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย (ซึ่งอิทธิพลของภาพแนวนี้ที่ใกล้เคียงกันก็กำลังฮิตในประเทศจีน และอินเดีย ภาพในประเทศจีนถูกเผาทิ้งในยุคคอมมิวนิสต์แห่งการล้มล้างวัฒนธรรม ส่วนในอินเดียเป็นภาพที่เรียกกันว่า กามาสุตรา) ภาพส่วนใหญ่จะแสดงถึงเกอิชา (สาวโสเภณีชั้นสูงของญี่ปุ่น) และซามูไรหรือคนงาน อย่างไรก็ดีแม้ภาพจะโจ๋งครึ่มแต่ความประณีตในภาพวาดทำให้ได้รับการเก็บรักษาดัง อนึ่ง เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
รู้ทั้งศัพท์และตำนานของการ์ตูนแล้ว ก็หวังจะอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นได้เข้าใจมากขึ้น และก็ค้นหาการ์ตูนไว้อ่านได้ถูกใจมากขึ้น (อ๊ะๆ รู้นะว่าจะหา hentai มาอ่านแหงๆ)
12 Responses
สวยดี อิอิ
เวปทำได้ดีนะ รูปสวยดี ว่าแต่มันออกแนวไหนอ่ะ
เม้นๆๆๆๆๆ
ชอบ YAOI อ่า 55+
ก้อโอเคนะ สวยใช้ได้ แต่อาจจะทำให้มันดูโด่ดเด่นกว่านี้หน่อยนะ มันจะได้ดูน่าสนใจมากขึ้น ให้ตัวหนังสือใหญ่กว่านี้อีกนิด จะโอเค
เวปไซตืที่ดีน่ะครับ
ดีค่ะ
อยากให้มีเนื้อเรื่องด้วย
สนุกๆๆๆ
ชอบมากเลยค่ะ
ติชมกันมาได้นะจร้า
ชอบจังเลยค่ะ
เว็บนี้อ่ะ
สวยยยย
เว็บสวยค่ะ ชอบมากๆเลยค่ะ เอามาลงอีกเยอะๆเลยนะค้า ชอบชอบ
ภาพจี้จิงๆเลย
ก๋ดีนะ
หนูชอบพวกเกย๋มากกว่าอีกอะ
เพราะๆม่เค้ยทะลึ่งเท่าไรอะ










very good