Archive for the ‘หนังไทย’ Category

June 9th, 2010

teaser นางตะเคียน

POSTER-TAKIEN-THEME-01

พบกับหนังผีฝีมือคนไทยได้ใน teaser  นางตะเคียน

เรื่องย่อ นางตะเคียน

          ใยบัว เป็นเพียงลูกจ้างรายวันในโรงงานปั่นทอขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแถบชานเมือง ถึงจะมีความรู้น้อย แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็น จึงมีลูกจ้างชายระดับเดียวกันทั้งในและนอกโรงงานหลายคนให้ความสนใจเธอ แต่เธอไม่เคยให้ความสนใจใคร จนกระทั่งได้พบและรู้จักกับพิมาน พนักงานฝ่ายบริหารของโรงงานที่มีโอกาสก้าวหน้าต่อไปในอนาคต เธอจึงทุ่มเทความรักให้เขาหมดทั้งตัวและหัวใจ แต่หลังจากมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง พิมานกลับนำคลิปภาพที่ควรจะเป็นความลับของเธอกับเขาเพียงสองคนไปอวดเพื่อน เพื่อน ๆ ของพิมานที่เห็นคลิปต่างแสดงอาการกระหายที่จะมีความสัมพันธ์กับเธออย่างเปิดเผย ทำให้เธอรู้สึกอับอายและเสียใจในการกระทำของพิมาน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คำอธิบายจากพิมาน พิมาน ก็ถูกส่งตัวไปควบคุมโรงงานที่บริษัทขยายออกไปต่างจังหวัดระยะหนึ่งอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน โรงงานก็ประกาศปลดคนงานในแผนกที่เธอทำอยู่ออกทั้งหมด โดยอ้างว่าต่างประเทศไม่สั่งผลิตสินค้า จึงจำเป็นต้องยุบฝ่ายผลิตบางแผนกลง

          เพื่อน ๆ ของใยบัว ที่ประสบชะตากรรมเดียวกันต่าง พยายามหางานอื่นทำ บางคนยอมทำงานใหม่ที่ได้ค่าจ้างน้อยกว่า บางคนพอมีเงินเก็บอยู่บ้างก็หันไปลงทุนค้าขายตามตลาดนัด แต่สำหรับใยบัว ซึ่งไม่มีเงินเหลือเก็บเลย เพราะส่งเงินค่าจ้างที่ได้รับไปให้พ่อ แม่ และน้องสาวที่อยู่ต่างจังหวัดสม่ำเสมอ อีกทั้งระยะหลัง ๆ  เธอไม่สามารถติดต่อกับทางบ้านได้ ใยบัวจึงเดินทางกลับบ้านห้วยน้ำหอม ซึ่งเป็นชนบทที่ห่างไกล การคมนาคมไม่สะดวก เพียงเพื่อพบว่า พ่อ แม่และน้องสาวต่างก็เสียชีวิตด้วยโรคร้ายและอุบัติเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสามคน ใยบัวหวังว่าพิมาน จะเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายสำหรับเธอ จึงพยายามติดต่อพิมานอีกครั้งแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับเช่นเดิม ใยบัว ก็ ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่าพิมาน รักเธอจริง ๆ จึงตัดสินใจผูกคอตายที่ต้นตะเคียนใหญ่ใกล้ป่าช้าของวัดประจำหมู่บ้าน ก่อนที่จะใยบัวจะสิ้นใจ ภาพนิมิตที่เกิดขึ้นให้เห็นในจิตสุดท้าย เป็นภาพที่เธอเคยทำร้ายและฆ่าสัตว์หลายชนิดเมื่อตอนเด็ก ๆ และภาพการทำให้ผู้อื่นตายด้วยวิธีการต่าง ๆ ในอดีตที่ไกลออกไปหลายชาติ แต่ใยบัวไม่เข้าใจว่า นั่นคือแรงกรรมที่ทำให้ชีวิตของเธอสั้นลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะผู้ที่เธอนึกถึงอยู่ลึก ๆ ตลอดเวลาก็คือ พิมาน

มีคำ 2 คำ

ที่สามารถปลุกศพ

ให้มีชีวิตขึ้นมาได้

คือ ความรัก กับ ความแค้น

          วันต่อมามีผู้พบศพของใยบัว ชาวบ้านจึงช่วยกันประกอบพิธีศพตามประเพณีความเชื่อและพิธีทางศาสนา ด้วยการตราสังศพ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ใยบัว ได้ถวายผ้าบังสุกุลแก่พระที่กล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับศพตามลำพังในป่าช้ากลางดึก จากนั้นจึงฝังร่างของใยบัวไว้ใต้ต้นตะเคียนที่เธอใช้ผูกคอตาย พร้อมกับเชือกผูกคอตายของเธอเอง

          ด้วยผลกรรมและจิตที่ยึดมั่นอยู่กับอารมณ์ก่อนตาย ใยบัวจึงเกิดเป็นอสุรกายรอคอยคนรักวนเวียนอยู่ในบริเวณที่ตนผูกพัน ประกอบกับความอดอยากเพราะเมื่อครั้งมีชีวิตไม่เคยทำบุญใส่บาตรหรือถวายอาหารพระ การปรากฏตัวของใยบัวเพื่อสื่อให้ชาวบ้านช่วยทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้บ้างจึงกลายเป็นสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน ผู้มีวิชาอาคมอยู่บ้างในหมู่บ้านห้วยน้ำหอมพยายามทำพิธีบังคับขับไล่ใยบัว ไม่ให้มารบกวน แต่ไม่มีใครทำได้สำเร็จ แม้แต่ บุญห้อง ผู้ที่ชาวบ้านนับถือว่าเป็นหมอด้านคุณไสยที่เก่งที่สุดและต้องการเชือกผูกคอตาย เศษผ้ามัดตราสัง ตาปูตอกโลงศพและอื่น ๆ ของผีตายโหงอย่างใยบัวไปทำของขลังขายยังต้องล่าถอย เมื่อเผชิญหน้ากับใยบัว
          แรก ๆ พิมาน อาจจะรู้สึกต่อใยบัวว่าเป็นเพียงผู้หญิง ที่ควรจะผ่านไปเหมือนหญิงอื่นที่เขาเคยผ่านมาแล้ว แต่เมื่อได้สัมผัสกับความรักของใยบัวแม้ในระยะสั้น ๆ ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไป ครั้งที่นำคลิปภาพของตนเองกับใยบัวให้เพื่อน ๆ ดูเพื่อยืนยันความสามารถของตน พิมาน ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งไม่ควรและรู้สึกหวงแหนใยบัวขึ้นมา เมื่อไปอยู่ต่างจังหวัดก็มีงานล้นมือ เข้าประชุมถี่ยิบ ต้องปิดโทรศัพท์มือถือเสมอจนไม่มีโอกาสติดต่อกับใยบัว เมื่อย้ายกลับมากรุงเทพฯอีกครั้งและรู้จากเพื่อนของใยบัว ว่าใยบัวกลับไปห้วยน้ำหอมตั้งแต่ถูกปลดออกจากงาน พิมาน จึงชวน เพื่อนสองคนลาพักร้อน เดินทางไปยังบ้านของใยบัว ตามเส้นทางที่ใยบัวเคยบอกไว้ แม้ในระหว่างการถามหาบ้านของใยบัวจะถูกทักท้วงจากชาวบ้านที่ใยบัวเคยปรากฏ ตัวให้เห็นมาแล้วว่า ไม่ควรไปที่บ้านพลังนั้น พิมานก็ดั้นด้นมาจนถึงบ้านของใยบัวในเวลาพลบค่ำ และพบว่าใยบัว เตรียมต้อนรับอยู่แล้วเหมือนรู้ว่าเขาจะมา แต่ความแปลกใจก็ถูกสลัดทิ้งไปเมื่อใยบัวแสดงให้เห็นว่า เธอรักเขามากเกินกว่าจะให้สิ่งที่ผ่านมาแล้วทำลายความรักที่เธอมีต่อเขาได้

ที่มา : kapook

April 1st, 2010

คนไททิ้งแผ่นดิน

คนไททิ้งแผ่นดิน

คนไททิ้งแผ่นดิน

Edge of the Empire (กันตนา)

กำหนดฉาย : 10 เมษายน 2553
แนว : ดราม่า-แอ็คชั่น
นำแสดง : อานัส ฬาพานิช (กุมภวา), ลลิสา สนธิรอด(บุญฉวี), ปราปต์ปฏล สุวรรณบาง (ลิตงเจีย) , อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (เตียวเหลียง),  ธันญ์ ธนากร (ลำพูน), ซาร่า เล็กจ์ (บัวคำ), ยังเติร์ก กัลย์จาฤก (เฟเสียน), อรรถชัย อนันตเมฆ (ลิบุ๋น), อัศวิน เมืองสุวรรณ (ลิบอง / สีบุญ), กันตะ  กัลย์จาฤก (ซุนโป), ยืนยง โอภากุล (บุญปัน), ดิลก  ทองวัฒนา (ขุนสาย), เขมจิรา  กมุทชาติ (ลำเพา)
กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก

เรื่องย่อ คนไททิ้งแผ่นดิน

แผ่นดินฮานหลังพุทธกาลไม่ถึงพันปี จิ๋นอ๋องผู้ปกครองอาณาจักรของชนเผ่าฮานเหนือลุ่มน้ำโขงอันยิ่งใหญ่  มีเมืองหลวงอยู่ที่นครโลยาง (ลัวะหยาง) พยายามแผ่ขยายอำนาจลงมาทางตอนใต้ เวลานั้นยังคงมีชนเผ่าต่าง ๆ อาศัยรวมกันอยู่มากมาย ชนเผ่าไทเป็นหนึ่งในนั้น แม้ชาวไทด้วยกันเองก็หารวมตัวกันเป็นอาณาจักรได้ไม่ ยังคงแยกกันปกครองตัวเอง ใครที่อ่อนแอกว่าก็ต้องรับชะตากรรมที่ผู้เข้มแข็งกว่ากำหนดให้ ดังเช่นชะตากรรมของเขาสมิงเชิงดาว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีคนหลายชนเผ่ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน เมื่อทัพฮานนำโดย เตียวเหลียง (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ยกมาตี คนไททุกคนต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ คนไทล้มตายหมดสิ้นจนแทบไม่เหลือชีวิตกลับมาบอกข่าวแพ้แก่ลูกเมียเลย

20 ปีต่อมาเมืองลือยังคงอยู่ใต้ปกครองของฮาน แต่เป็นโชคดียิ่งของเมืองลือเมื่อผู้ที่ฮานส่งมาปกครองนั้นคือแม่ทัพเตียว เหลียง ผู้มีน้ำใจเป็นธรรม ชาวเมืองลือแม้ลำบากกายแต่ก็หาได้ลำบากใจไม่ ในงานเทศกาลผีเสื้อ เตียวเหลียงอนุญาตให้คนไททั้ง 6 แคว้น ลือ เชียงแส ธาไนย ยูโร ข่านุ และไต๋ มาร่วมสังสรรค์กัน และจัดให้มีการแข่งขันฝีมือนานาชนิด

งานเทศกาลที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวชาวไทนี้เอง ลิบอง (อัศวิน เมืองสุวรรณ) ทหารเอกของฮานเกิดพึงใจในตัว บัวคำ (ซาร่า เล็กจ์) หญิงไทชาวลือน้องสาวของ ลำพูน (ธันญ์ ธนากร) ช่างตีดาบที่มีฝีมือ ลิบองตามนางบัวคำไปที่ทะเลสาบใช้กำลังลวนลามนาง เฟเสียน (ยังเติร์ก กัลย์จาฤก) ทหารฮานคนรักของบัวคำ เข้าไปช่วยไว้ได้ทัน เฟเสียนยึดดาบลิบองไว้ แล้วนำมามอบให้เตียวเหลียง  เตียวเหลียงพิจารณาความผิดของลิบองตัดสินเนรเทศลิบองกลับโลยางทันที สร้างความโกรธแค้นให้ลิบองมาก

ลิบุ๋น (อรรถชัย อนันตเมฆ) ผู้สำเร็จราชการแห่งเมืองโลยาง โกรธจัดที่เตียวเหลียงบังอาจฉีกหน้าขับไล่ลูกชายของตนกลับโลยาง ลิบุ๋นจึงส่งลิบองกลับมาที่เมืองลืออีกครั้ง เพื่อประกาศคำสั่งของผู้สำเร็จราชการปลดเตียวเหลียงออกจากตำแหน่ง ด้วยสาเหตุทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงและให้คุมตัวกลับโลยางในทันที แล้วให้ ลิตงเจีย (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) ผู้เป็นน้องชายปกครองเมืองลือแทน ลิตงเจียประกาศยกเลิกข้อกำหนดการปกครองของเตียวเหลียงทั้งหมด แล้วประกาศเพิ่มภาษี บังคับให้คนไทกราบไหว้เคารพตนกับนางฮ่วนสี ภรรยา ห้ามคนไทมีอาวุธในครอบครองและห้ามฮานกับไทรักกัน มิฉะนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรงที่สุด ลิบองนำทหารออกยึดอาวุธจากบ้านคนลือทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่มีดทำครัว อาวุธของคนไททั้งหมดถูกนำมาเผาแล้วหลอมปั้นเป็นหม้อติ้งขนาดใหญ่วางไว้ข่ม ขวัญชาวเมืองลือที่ลานเมือง สร้างความเจ็บปวดให้คนไทโดยเฉพาะลำพูนเป็นอย่างมาก

ในวันนั้นเองกุฉินคนขายแรงที่มีพละกำลังมหาศาลแต่สมองเท่าเด็กสิบขวบ ก่อเหตุทำรถม้าของนางฮ่วนสีคว่ำ นางฮ่วนสีถูกรถทับคอหักตายคาที่ ลำพูนรู้ดีว่าภัยมาถึงคนไทแน่แล้ว จึงรีบพากุฉินหลบหนีไปอยู่ที่บ้านตน ลิตงเจียโกรธจัดที่นางฮ่วนสีตาย สั่งล่าหัวกุฉินมาให้ได้ บัวคำกับลำพูนตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้จิ๋น บัวคำขอให้ลำพูนพากุฉินหนีไปขอความช่วยเหลือจากคนไทที่เมืองเชียงแสก่อน โดยนางจะถ่วงเวลาเอาไว้และตามมาทีหลัง จนลำพูนกับกุฉินหลบหนีมาถึงเมืองเชียงแส ลิบองนำสารจากลิตงเจียมาข่มขู่ให้ บุญปัน (ยืนยง โอภากุล) เจ้าเมืองเชียงแส รีบส่งตัวลำพูนและกุฉินกลับเมืองลือ มิฉะนั้นเชียงแสจะลุกเป็นไฟ แต่บุญปันตัดสินใจไม่ส่งตัวลำพูนกับกุฉินให้ฮานเพราะเชื่อว่าถึงส่งให้เชียง แสก็ยังไม่พ้นความเดือดร้อนอยู่ดี ลำเพา ลูกขอทานที่บุญปันให้มาสอน บุญฉวี (ลลิสา สนธิรอด) ร้องเพลง พยายามคัดค้านแต่ก็มิอาจเปลี่ยนใจบุญปันได้  ทั้งหมดช่วยกันคิดหาอุบายลอบฆ่าลิตงเจีย โดยตั้งกองคาราวานเดินทางไปยังเมืองลือ เพื่อนำส่วยมาไถ่โทษที่ไม่สามารถจับลำพูนกับกุฉินส่งมาให้ได้  ลิตงเจียพอใจในความงามของบุญฉวี จึงหลงเชื่อยอมให้มีการร่ายรำร่ำสุราในกองทัพ เมื่อได้จังหวะหญิงชาวเชียงแสและกลุ่มของ กุมภวา (อานัส ฬาพานิช) ที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นนักดนตรีก็นำอาวุธที่ซ่อนไว้เข้าฟาดฟันจิ๋นจนแพ้พ่าย

หลายปีต่อมา จิ๋นอ๋องยังตรอมใจกับการเสียทหารจิ๋นเกือบสองแสนที่ทุ่งลาดขวัญ ซุนโป (กันตะ กัลย์จาฤก) รู้ว่า ขุนสาย (ดิลก ทองวัฒนา) เมืองไต๋เป็นคนโลภจึงมุ่งสร้างรอยร้าวจากเมืองไต๋ จิ๋นอ๋องส่งทองคำล้ำค่า พรมแดง หญิงสาวมากำนัลแก่ขุนสาย และอวยพรให้ขุนสายได้เป็นผู้นำแคว้นไทในเร็ววัน โดยหญิงที่ส่งมากำนัลนั้นแท้จริงคือลำเพานั่นเอง ซึ่งครั้งนี้เธอยั่วยวนขุนสายจนหลงใหล พร้อมใช้มารยาหญิงหลอกล่อให้ขุนสายนำเชียงแสมาเป็นของกำนัลให้แก่นาง ขุนสายกับลำเพายกกำลังเมืองไต๋ไปยึดเมืองเชียงแส คืนนั้นเมืองเชียงแสถูกเผาทำลายย่อยยับ ซุนโปรู้ข่าวก็ดีใจว่าทองทำลายไทได้ รีบเสนอจิ๋นอ๋องให้แต่งตั้งเตียวเหลียงเป็นแม่ทัพไปปราบคนไทอีกครั้ง เตียวเหลียงจำใจกลับโลยาง เพื่อรับบัญชาจิ๋นอ๋อง

กุมภวานำคนไทรบกับจิ๋นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน กำลังไทเหลือเพียงน้อยนิดเชียงแสกับไต๋วอดวายหมดสิ้น ยูโรกับข่านุก็กำลังลำบาก แม่ทัพที่มีสติปัญญาและกล้าหาญตายหมด ไพร่พลมีน้อยจำเป็นต้องเกณฑ์เด็กหนุ่มมาช่วยรบ ในขณะที่เตียวเหลียงยกทัพผ่านเขาธาไนย เข้ามาใกล้ทุ่งลาดขวัญทุกที ฤาการรบในครั้งนี้ คนไทอาจสิ้นเผ่าพันธุ์บนผืนดินแห่งนี้…

คน ไททิ้งแผ่นดิน คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะนำไปสู่ความซาบซึ้งและตราตรึงใจให้คนไทยรักชาติมาก ยิ่งขึ้น เตรียมตัวพบกันในวันที่ 10 เมษายน 2553 นี้!! ทุกโรงภาพยนตร์

April 1st, 2010

9 วัด

9วัด

เรื่องย่อ

 

ระหว่างเดินทางไปแฮงก์เอ้าท์ที่เชียงใหม่ ช่วงวันหยุดยาว ณัฐ (เจมส์ แม๊กกี้) กราฟฟิคดีไซน์หนุ่มเด็กเเนว หัวใหม่ รสนิยมดี ทนคำรบเร้าของ ปุ้น (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) เเฟนสาวคอลัมนิสต์สุดเปรี้ยวของตนไม่ไหว จึงตัดสินใจแวะบ้านที่อุทัยธานีเพื่อเยี่ยมแม่ ซึ่งตัวเองไม่ได้พบหน้ามาเกือบ 2 ปีแล้ว
นิตยา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เเม่ของณัฐ มีความเชื่อเรื่อง เคราะห์กรรม และการ ทำบุญ เฉพาะตัวอย่างแรงกล้า เมื่อณัฐกลับมาเยี่ยมบ้าน นิตยาจึงขอร้องแกมบังคับให้ลูกชายไปทำบุญ 9 วัด เพื่อสะเดาะเคราะห์ แต่ ณัฐ กลับเห็นไร้สาระ

จังหวะเดียวกับที่กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ณัฐได้พบกับ พระสุจิตโต (ภราดร ศิรโกวิท) เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่กำลังจะออกเดินทางไปธุดงค์ทางภาคเหนือ ณัฐจึงชวนซี้เก่าขึ้นรถไปด้วยกัน พร้อมกับแวะทำบุญเล่น ๆ ตามวัดที่อยู่รายทาง

หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี และหนึ่งสมณเพศ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด มีความน่ากลัวรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า

ไม่ว่าจะเข้าวัดทำบุญกี่วัด อธิษฐานบนบานสักเท่าไร แต่สิ่งที่รอคอยณัฐและปุ้นอยู่นั้น …น่าสะพรึงกลัว จนแม้แต่ พระ ก็ช่วยไม่ได้ !!!

รายชื่อนักแสดงนำ
นุ่น ศิรพันธ์
เจมส์ แม็กกี้
ต่าย เพ็ญพักตร์
ด.ช. นครินทร์ หุ่นประสิทธิ์

ผู้กำกับ
ยู จิราลักษม์

แหล่งข้อมูล : movie.kajeab

April 1st, 2010

หนังใหม่ นาคปรก

user_25530111223009

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าสุดเข้มข้นว่าด้วยเรื่องราวของสามโจร สิงห์ (เร แม็คโดแนลด์), ป่าน (สมชาย เข็มกลัด), ปอ (เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) ที่รวมหัวกันวางแผนปล้นรถขนเงิน แต่เคราะห์กรรมทำให้ถูกไล่ตามจับ เมื่อจนมุมตัดสินใจนำเงินที่ปล้นมาได้แอบซ่อนไว้ในวัด และเมื่อย้อนกลับมาขุดหาเงินจึงรู้ว่า ที่ซ่อนเงินถูกโบสถ์ใหม่สร้างทับไปแล้ว ทางเดียวที่จะทำให้ได้เงินคืนมาคือการปลอมเป็นพระภิกษุในวัดนั้น สิงห์จึงทำการปล้นผ้าเหลืองด้วยการบังคับให้ หลวงตาชื่น (สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์) บวชให้ตนและป่าน เพื่อกลายสภาพเป็นพระธุดงค์ปลอมเข้ามาอยู่ในวัด มีเพียงปอเท่านั้นที่ยืนกรานที่จะไม่บวชเพราะเชื่อว่านี่คือสิ่งผิด จึงตัดสินใจเป็นแค่เด็กวัดเพื่อคอยติดตามพระปลอมทั้งสองเท่านั้น ถึงแม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ของแต่ละคนจะมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน ป่านและปอ สองพี่น้องตัดสินใจลงมือทำเพื่อต้องการนำเงินที่ได้ไปรักษาตาที่มืดบอดของ แม่ (รัชนู บุญชูดวง) ส่วน สิงห์ทำลงไปด้วยความชั่วที่ฝั่งลึกอยู่ในสันดาน แต่ใช่ว่าพฤติกรรมที่แฝงเร้นเข้ามาในวัดของทั้งสาม จะรอดพ้นไปจากสายตา แห่งความเคลือบแคลงสงสัยของเหล่าพระและเด็กในวัดไม่ ในขณะเดียวกันผ้าเหลืองที่สองโจรห่มอยู่คล้ายดั่งเครื่องห้ามความชั่วที่ อยู่ในตัวของเหล่ามารศาสนาลงไปได้บ้าง ส่วนปอเองกลับค่อย ๆ เรียนรู้และซึมซับเอาหลักธรรมคำสอนแห่งความดีที่ได้จากหลวงตาขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเมื่อความจริงปรากฏขึ้น กิเลส ความเลว และความโลภ ที่ครอบงำถึงส่วนลึกในจิตใจได้ ถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง “ปาฏิหาริย์แห่งศรัทธาจะเกิดขึ้นในห้วงสำนึกสุดท้ายของคนได้หรือไม่” “ศาสนา จะสามารถขัดเกลาให้คนเลวกลับกลายเป็นคนดีได้จริงหรือ” เตรียมพบกับบทสรุปของเหตุการณ์พลิกผันที่หลายคนไม่คาดคิด สู่แก่นแท้ของ “ความดี” และ “ความเลว” ที่สุดขั้วในใจคน เกร็ดภาพยนตร์ การเดินทางอันยาวนานของภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าสุดเข้มข้นที่คนในวงการ ภาพยนตร์ไทยต่างเฝ้าจับตามองมากที่สุดและต่างเป็นกำลังใจอย่างขีดสุดว่าจะ ได้ “ฉายในประเทศไทย” หรือไม่ หลังจากเป็นข้อถกเถียง จนพูดได้ว่านี่คือหนังไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวขานถึง และได้รับเกียรติเข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ประเทศแคนาดาในเทศกาลภาพยนตร์นานา ชาติโตรอนโต้ครั้งที่ 33 เมื่อปี 51 โดยที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ฉายหรือไม่ในเมืองไทย หลัง จากรอพรบ.ภาพยนตร์ประกาศใช้ ในที่สุด “นาคปรก” ก็ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาการจัดเรทภาพยนตร์ จากคณะกรรมการโดยลงความเห็นชอบให้ภาพยนตร์ผ่านการพิจารณาโดยที่ยังคงความ สมบูรณ์ของเนื้อหาและภาพยนตร์อย่างครบถ้วนไม่ถูกตัดออกแม้แต่เฟรมเดียว กลับกันหลายคนที่ได้ชมต่างยกนิ้วและพูดเป็นเสียงเดียวกันกล่าวชื่นชมถึงคุณ ค่าและความดีของตัวหนังถึงขนาดหลั่งน้ำตาในฉากไคล์แม็กซ์สำคัญ ผลลัพธ์จากการเดินทางนำภาพยนตร์ทั้งเรื่องไปฉายให้ยังนักศึกษาประชาชนผู้คน ทั่วไปตลอด1ปีเต็มโดยตัวผู้กำกับและนักแสดงเองกำลังจะส่งผล และสะท้อนถึงคุณค่าของตัวงานอย่างเต็มที่ “นาคปรก” เปรียบได้กับ “กระจกเงาสัจธรรม” ที่จะพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสถึงด้านมืด และส่วนที่อยู่ลึกที่สุดในจิตใจของมนุษย์แต่ละคนว่าแท้จริงแล้วยากแท้หยั่ง ถึงจริงหรือ เมื่อกิเลส และศรัทธาคือบทสะท้อนความดีที่มีอยู่ในตัวตนและความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ผลงานการกำกับของ ภวัต พนังคศิริ (อรหันต์ซัมเมอร์) ครั้งเดียวในชีวิตในการทุ่มเทจิตวิญาณทางการแสดงแบบไว้ลายฝีมือของ 4 นักแสดงอย่าง สมชาย เข็มกลัด, เร แม็คโดแนลด์, เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ (ไอ้ฟัก), ทราย เจริญปุระ ที่โปรดิวเซอร์อย่างปรัชญา ปิ่นแก้วยืนยันว่านี่คือ “การดวลกันทางด้านการแสดงในแบบที่ชาตินี้เราจะได้เห็นแค่ครั้งเดียว” นอกจากจะเป็นการทุ่มเทบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาและเธอแล้ว สิ่งที่ 2 นักแสดงระดับลายครามของไทยอย่าง “สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์” และ “รัชนู บุญชูดวง” ถ่ายทอดในหนังสะท้อนถึงความเป็น “รุ่นครู” ที่นักแสดงทุกคนต้องยกนิ้ว


แหล่งที่มา : www.nungmai.com

April 1st, 2010

หนังใหม่ องค์บาก ๓

ชื่อภาษาไทย องค์บาก3

องค์บาก 3

จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

กำหนดฉายหนัง 5 พฤษภาคม 2553

เรื่องย่อหนัง องค์บาก3

“แม้ร่างกายจะดับสลาย แต่หากดวงจิตยังเข้มแข็งไม่ดับสูญ
หนทางแห่งชีวิตจักถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครา
เพียงหลอมรวมจิตศรัทธาอันมุ่งมั่น เรียนรู้จิตสับประยุทธ์
จงต่อสู้ด้านมืดในใจตน นำไปสู่การค้นพบ ก่อเกิด นาฏยุทธ์
ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

หลังจากพ่ายแพ้แก่ ภูติสางกา (เดี่ยว ชูพงษ์) สูญเสียทั้ง 2 บิดา ออกญาสีหเดโช (สันติสุข พรหมศิริ) และ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี) รวมทั้งบรรดาพี่น้องแห่งชุมโจรผาปีกครุฑ ทุกศาสตร์ยุทธ์ที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนมาทั้งชีวิตของเทียน (จา พนม ยีรัมย์) ล้วนถูกทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น ต้องโทษฑัณฑ์ถูกทรมานพิการเจียนตาย เหลือเพียงแค่ลมหายใจอันรวยริน ฤาชีวิตทั้งมวลล้วนจบสิ้นลง ดั่งคำทำนาย เมื่อครั้งถือกำเนิด ยามใดจับต้องศาสตรา ชีวิตจักมืดมนต้องโทษทุกข์แสนสาหัส ท่ามกลางบ่วงกรรมที่ยังคงดำเนินเกี่ยวพันสืบเนื่องต่อไป บัดนี้ร่างที่ไร้ชีวิตของบุรุษนักสู้ผู้เป็นตำนานได้รับความช่วยเหลือถูกลำเลียงขนย้ายส่งต่อไปยังหมู่บ้านอโรคยา ที่ในอดีต เทียน และ พิม (จ๊ะจ๋า พริมตา เดชอุดม) เคยใช้ชีวิตเติบโตเรียนรู้เรื่องสมุนไพรใบยาบ่มเพาะสมาธิ ซึมซับวิชาโขนนาฏศิลป์ โดยมีเหล่าผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กผู้เฒ่าผู้แก่ หรือกระทั่งคนบ้าที่ไร้สติแต่ไม่เคยมีพิษภัยกับใครอย่าง ไอ้เหม็น (หม่ำ จ๊กมก) ก็ต่างมาร่วมกันหลอมจิต

ศรัทธารวมเป็นหนึ่งช่วยกันหล่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อส่งจิตระลึกให้เทียนฟื้นคืนสติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ขณะที่พิมเองได้นำเอาท่วงท่าการร่ายรำดัดตัวตามรูปแบบของนาฏศิลป์โขนโบราณ มาช่วยในการรักษาบำบัดร่างกายที่เสื่อมสลายโดยมีครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ที่ปัจจุบันกลายเป็นพระบัวเปิดทางให้เทียนได้เริ่มต้นเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลาสภาวะจิตให้นิ่ง เรียนรู้และต่อสู้กับด้านมืดในใจ เพื่อบรรลุถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่หลับใหล หลอมหลวมเข้ากับ “พลังศรัทธาอันแรงกล้า” จากธาตุธรรมชาติทั้ง 4 “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ผสมผสาน จนก่อเกิดการค้นพบ “นาฏยุทธ์” ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

ในขณะที่แผนการณ์ต่างๆ ของพระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ล้วนแต่บรรลุตามความประสงค์แทบทั้งสิ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือ การก้าวขึ้นสู่ความเป็นจอมราชันย์ที่พร้อมสยบทุกสิ่ง และแน่นอนว่าเมื่อรวมเหล่านักฆ่ามากฝีมือ และบรรดาไพร่พลที่มีอยู่รายล้อมรอบตัวอันมากมายมหาศาลด้วยแล้ว ภายใต้ผืนนภา และเหนือพื้นพสุธาอันกว้างใหญ่ไพศาลย่อมไร้ซึ่งผู้กล้ารายใดที่คิดจะต่อกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ “ภูติสางกา” ฑูตสังหารที่มาพร้อมกับ “ภูติยุทธ์” ศาสตร์การต่อสู้ที่ไร้รูปแบบและร่องรอย อยู่เคียงข้างและรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าทุกสรรพสิ่งล้วนสยบนิ่งอยู่แทบเท้าเลยทีเดียว

และทันทีที่พระยาราชเสนารู้ว่าบัดนี้เทียนได้รับการชุบชีวิตจากชาวหมู่บ้านคณะโขนด้วยแล้ว คำสั่งเลือดและการระดมเหล่าทหารและขุมกำลังทั้งหมดถูกส่งไปเพื่อทำลายร้างและเข่นฆ่าผู้คนในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โดยที่ตัวพิมเองถูกทหารจับตัวกลับไปยังพระราชวังเพื่อสำเร็จโทษอาญาคชฑัณฑ์ (ใส่ตะกร้อให้ช้างเตะ) ต่อหน้าหมู่ทาสและกลุ่มประชาชนทั้งหมด

ทำให้เทียนที่บัดนี้กำลังเรียนรู้และก้าวเข้าสู่วิถีสมาธิอันสงบนิ่ง ต้องยอมละตัวเองออกจากดวงจิตอันบริสุทธ์เพื่อเผชิญกับวิบากกรรมและขวากหนามที่เป็นอุปสรรคซึ่งถูกลิขิตไว้อย่างไม่จบสิ้น จากเหล่าอริราชแลศัตรูอันชั่วร้ายที่ยังคงหมายที่จะคร่าเอาชีวิตเทียน ไม่ว่าจะเป็น “ภูติสางกา” หรือ “พระยาราชเสนา” เอง ในขณะเดียวกันดูเหมือนว่า “ความแค้นและพลังจากด้านมืดในจิตของ”ของเทียนเอง ก็พร้อมที่จะถาโถมเข้าครอบงำ ทำลายและทำร้ายเทียนตลอดเวลา ทางเดียวที่จะเอาชนะกรรมที่เริ่มก่อตัวขึ้น นั่นคือต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้ที่จะควบคุมและเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้

เตรียมพบกับการเผชิญหน้าและศึกการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต กับอภิมหาภาพยนตร์แอ็คชั่นที่คนทั้งโลกรอคอยกับบทสรุปของ “องค์บาก 3” จุดกำเนิดขององค์บาก ตำนานการต่อสู้แห่งจิตวิญญาณ หลอมรวมพลังศรัทธาอันมุ่งมั่นที่ไม่เคยดับสูญของบุรุษผู้เกิดมาเพื่อเป็นตำนาน

รายชื่อนักแสดงนำ
จา พนม ยีรัมย์
พริมรตา เดชอุดม
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง
ชุมพร เทพพิทักษ์

ผู้กำกับ
จา พนม ยีรัมย์

ข้อมูลจาก movie.sanook.com